~Way~ 1

posted on 14 May 2007 14:55 by darkberry

ฟิกใหม่ พระเอกคนเดียว มินแจไม่ผิดโผค่ะ

คาดว่าความโหดร้ายต่อแจคงน้อยลง แต่ยุนๆคงรับไปเต็มๆ

รออ่านต่อไปนะคะ

ฝากด้วยน้า

+1+

"แจจุงครูบอกเธอกี่ครั้งแล้วว่าให้ตั้งใจเรียนทำไมทำตัวเหลวไหลแบบนี้ ไม่ไหวเลยนะเป็นรุ่นพี่แท้ๆ กลับโดดเรียน ไม่ยอมทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับรุ่นน้อง เฮ้อ ครูละเหนื่อยใจกับเธอจริงๆเลย"ครูประจำชั้นที่อายุล่วงเลยไปถึงวัยกลางคนตอนปลายๆ บ่นร่ายยาวกับเด็กหนุ่มหน้าสวยที่นั่งอยู่อย่างไม่ค่อยจะมีสติรับรู้ ดวงตาทั้งสองแทบจะลืมไม่ขึ้น เส้นผมสีดำที่ยาวถูกรวบเอาไว้เป็นหางม้า ปอยผมที่ร่วงลงมาข้างแก้มก็ถูกลมเย็นๆพัด ยิ่งทำให้ง่วงเจียนหลับมากกว่าเดิมอีกสามเท่าตัว

"แจจุง!!ได้ฟังอยู่รึปล่าว!!"อาจารย์ร้องเสียงดังลั่น เมื่อเด็กหนุ่มอ้าปากหาวหวอดแล้วเอามือขาวบางของตนยกขึ้นขยี้ตา ท่าเดียวกับลูกแมวขี้เซาไม่มีผิด

"ฟังครับ.."ตอบเสียงยางคาง พร้อมอ้าปากหาวอีกรอบ นึกถึงหมอนใบโตๆที่มีกลิ่นแดดหอมๆ กับเตียงนุ่มๆที่มีผ้าห่มอุ่นๆในห้องที่เปิดแอร์เอาไว้จนกระจกขึ้นฝ้า ฮ้าววว

"คิมแจจุง!!!"เสียงล้งเล้งของอาจารย์ดังขึ้นลั่นห้องพร้อมกับสมุดโน้ตเล่มบางที่ปลิวละลิ่วจากโต๊ะฝั่งอาจารย์ลอยเลยหัวของเด็กหนุ่มไปเพียงไม่กี่นิ้ว ยังนับว่าโชคดี ที่หลบทัน ไม่งั้น ต่อให้เป็นสมุดก็คงจะปลุกให้ตื่นจากสภาพง่วงๆได้แน่นอน

"ตุ้บ!!"สมุดเล่มบางตกลงที่ปากประตูห้องพักครู พร้อมๆกับร่างสูงใหญ่ของเด็กนักเรียนคนอื่นที่เดินเข้ามา

"ขออนุญาตครับอาจารย์ลี"เด็กหนุ่มโค้ง พร้อมกล่าวด้วยท่าทางนอบน้อม น้ำเสียงแสนสุภาพของเด็กเรียนทำเอาคนเกือบหลับต้องหันหน้าไปมอง เผื่อว่าวันไหนอารมณ์ดี จะได้มีแบบอย่างเอาไว้ ทำตาม ไม่เห็นจะเสียหาย

ร่างสูงก้มลงหยิบสมุดเล่มบางที่ตกอยู่แทบเท้าขึ้นมา สายตาคนภายใต้แว่นไร้กรอบนั้นเหลือบอ่านตัวหนังสือที่เขียนเอาไว้บนปกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินช้าๆด้วยย่างก้าวที่มั่นคง หยุดลงที่เบื้องหลังเก้าอี้ที่เด็กหนุ่มนั่ง แล้ววางสมุดลงบนโต๊ะอาจารย์

"ขอบใจมากนะชางมิน มาหาชั้น มีอะไรจะให้ช่วยงั้นหรือ"อาจารย์ถาม ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงเอาความภูมิใจราวจะเยาะเย้ยไว้ไม่มิด ว่าภูมิใจแค่ไหน ที่มีลูกศิษย์ดีๆเข้ามาหา

"ผมจะมาแจ้งเรื่องใบประกาศน่ะครับ เมื่อวาน ได้รับแล้ว เค้าส่งไปให้ผมที่บ้าน คุณแม่ปลื้มใหญ่ ฝากมาขอบคุณอาจารย์ด้วยนะครับ พร้อมกับของเล็กๆน้อยๆ"เด็กหนุ่มตัวสูงหยิบเอาซองสีแดงออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทที่เป็นเครื่องแบบโรงเรียนแล้ววางลงบนโต๊ะ อาจารย์ยิ้มแล้วรีบเก็บมันลงไปทันที

"ผมขอตัว"แจจุงลุกขึ้น เตรียมตัวจะเดินออกไป ปล่อยให้ศิษย์โปรดรุ่นน้องกับอาจารย์คุยกันตามสบาย แต่เสียงดุๆของอาจารย์ก็ดังขึ้นมาขัด

"ฉันยังไม่อนุญาต เธอห้ามไปไหนทั้งนั้น เย็นนี้ ฉันจะให้ชางมินช่วยติวให้เธอ เค้าเป็นถึงเด็กอัจฉริยะ หวังว่าคงช่วยเธอได้บ้างนะ คิมแจจุง"เด็กหนุ่มผมยาวสะบัดหน้ากลับมาจนเส้นผมที่รวบเอาไว้จนตึงปลิวไสว ดวงตาหวานคมมีแววโกรธเคืองปิดไม่มิด แต่ก็ต้องจำใจยอมฟังคำสั่งนั้นแต่โดยดี ก่อนจะกระแทกเท้าออกไปโดยไม่ได้โต้เถียงสักคำ

จะให้เจ้าเด็กนั่นน่ะเหรอมาสอนเค้า จะแน่สักแค่ไหนเชียว เจ้าเด็กเรียน คิด ปามาสเอาไว้ในใจ ดูถูกเอาไว้ก่อน หน้าจืดๆท่าทางเรียบร้อย เจอลูกเล่นเค้าหน่อย จะเอาให้เสียคนเลยทีเดียว เย็นนี้ก่อนเถอะ จะสั่งสอนให้ เอาให้ไม่เหลือหน้าทั้งคู่เลย

เสียงกระดิ่งเลิกเรียนดังขึ้น นักเรียนทั้งหลายต่างทยอยอกมาจากห้อง ร่างสวยนั่งหลับฟุบโต๊ะ ไม่ได้ใส่ใจสิ่งรอบตัวที่กำลังวุ่นวายเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่มีเพื่อนคนไหนคิดจะปลุก เพราะคือภาพประจำที่เห็นซ้ำๆอยู่ทุกวัน เห็นจนชินตา

ลมพัดเข้ามาพร้อมกับกลีบดอกไม้ที่ร่วงโรย กลิ่นหอมอ่อนๆของดินเวลาที่ฝนกำลังจะตกลอยเข้ามาพร้อมสายลมที่ให้ความเย็น เสื้อเชิ้ตสีขาวบางๆที่เป็นเครื่องแบบชักจะไม่สามารถต้านทานลมที่ค่อยๆพัดแรงขึ้นได้ จนต้องจำใจลืมตาตื่นขึ้นมาในที่สุด

สองแขนเรียวยาวเหยียดตรงไปด้านหน้า ก่อนจะอ้าปากกว้างๆหาวให้สะใจ มือยกขึ้นขยี้ตาเพื่อไล่ความงัวเงียเต็มพิกัดก่อนจะบิดตัวไปทางซ้ายทีขวาทีสุดแรงเพื่อไล่ความเมื่อยขบ

มือบางล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบเอาโทรศัพท์สีเงินออกมา ไม่มีใครโทรเข้ามาสักคน แต่ที่ทำให้เค้ากระตือรือร้นขึ้นมาได้ก็คือ ตอนนี้ เป็นเวลาเกือบๆห้าโมงเย็นแล้ว

"รอจนเบื่อเลยสิท่า"หัวเราะคิกคักในลำคอ ก่อนจะหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วเดินออกไปเรื่อยๆตามทางเดิน ปากก็ฮัมเพลงเบาๆ

ถ้าไม่ติดว่าต้องไปเจอเด็กนั่นตามคำสั่งอาจารย์ ป่านนี้เค้าคงรีบแจ้นกลับบ้าน ไปนั่งดีดเปียโนแล้วก็แต่งเพลงใหม่สักสองสามเพลงไปแล้ว

ให้ตายสิ ชีวิตในโรงเรียนมันน่าเบื่อชะมัด แค่เรียนให้ไม่ตก แค่นั้นก็พอไม่ใช่เหรอไง จะมาบ่นบ้าบออะไรมากมาย รำคาญจะตายไป แค่ยอมมาเรียนก็มากเกินพอแล้ว ถ้ารู้ว่าต้องโดนบ่น จะยอมพักการเรียนแล้วโผล่มาสอบเลยก็ได้

ร่างบางนินทาอาจารย์ในใจเป็นวรรคเป็นเวร จนกระทั่ง สองขาพามาหยุดลงที่หน้าห้องพักอาจารย์ ที่ตอนนี้ ไม่เหลือใครสักคนแล้ว

เลื่อนประตูออกเบาๆ ก่อนจะค่อยๆสอดส่ายสายตาหาดู ว่ามีคนอยู่ข้างในมั้ย จนกระทั่ง พบกับเด็กปี1ที่กำลังนั่งท่องสารานุกรมเล่มโต

-ขยันจริ้ง จะอ่านให้หัวโตขนาดไหนนะ-

อดไม่ได้อีกแล้วที่จะค่อนขอด ให้ตายสิ เค้าไปติดนิสัยของเด็กผู้หญิงพวกนี้มาจากไหนนะ อ่อ นึกออกแล้ว พี่สาวตัวแสบนั่นเอง เพราะยัยนั่นแท้ๆ บอกให้เล่นเปียโน บอกให้ทาครีมบำรุง แล้วก็ให้หัดร้องเพลง แล้วไงล่ะ ชิ ทุกวันนี้เค้าเลยต้องมีสภาพแบบนี้ เป็นที่สะกิดตาจนน่ารำคาญ จะมีดีก็แค่ มันเป็นใบเบิกทางชั้นเยี่ยม ที่ทำให้การร้องเพลงของเค้าเพื่อเป็นศิลปินอาชีพไปได้สวยและง่ายขึ้นก็เท่านั้นเอง

ถึงจะเห็นว่าเด็กรุ่นน้องกำลังมีสมาธิจดจ่อกับหนังสือเล่มโตอยู่ก็ตาม แต่แค่เค้าเลื่อนประตูออกเท่านั้น เจ้าเด็กนั่นก็หันมาจ้องหน้าเค้าราวตัวประหลาด ทำไม!หน้าฉันมีอะไรน่ามอง

"ผมคิดว่าเวลาเลิกเรียนของเด็กปี3จะเป็นบ่ายสามโมงเสียอีก ตอนนี้ ห้าโมงแล้วนะครับ"เจ้านั่นว่าพลางยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นมาดู ชักน่าสงสัยแล้วสิ ว่าเจ้าหมอนี่ มันเรียนเก่งเอง หรือว่าที่บ้านอัดฉีดมาดี วันนี้พึ่งเห็นแว่บๆนี่นา ว่ายื่นซองให้กันต่อหน้าต่อตา

"ถ้าเกินเวลาแล้ว นายจะมารอทำไมล่ะ เป็นแค่เด็กปี1 ทำไมไม่รีบกลับบ้านกลับช่อง เดี๋ยวคุณแม่ก็เป็นห่วงโทรมาตามหรอก"ร่างเล็กกว่ายิ้ม แกล้งใช้น้ำเสียงแบบรุ่นพี่แสนดีพูดจาถากถางเข้าให้อย่างหมั่นไส้ เห็นหน้าใกล้ๆแล้วยิ่งชวนหงุดหงิดสิน่า เจ้านี่มันดูมุมไหน มองยังไงก็พวกลูกผู้ดี มีคนโอ๋ชัดๆ ท่าทางเด็กเรียนสุดๆ ไอของแบบนี้แหละ ที่เห็นแล้วชวนให้เกิดผดผื่นน่ะ

"ช่างมันเถอะครับ เรามาเริ่มติวกันดีกว่า ยังไงก็ รบกวนด้วยนะครับ"เจ้าเด็กรุ่นน้องพูดราวกลับว่าเค้าจะให้ความช่วยเหลือได้งั้นแหละ แบบนี้เหรอ เล่นกันแบบนี้ใช่มั้ย ได้~

ร่างบางหยิบตำราฟิสิกส์ขึ้นมา เปิดไปที่แบบฝึกหัดเรื่องฟิสิกส์นิวเคลียร์ที่ได้ชื่อว่าหินสุดๆ โหดสุดๆ ขนาดนั่งเรียนแบบตั้งใจยังแทบตาย ถ้าไม่เคยเรียน อยากรู้นัก ว่าจะรับมือยังไง

"ฉันไม่ได้เรียนไม่รู้เรื่อง แต่ฉันไม่อยากจะนั่งเรียน บทเรียนพวกนี้เก่าเก็บจะตาย เรียนไปคงได้ใช้หรอก ยังไง วันนี้ก็ช่วยทำแบบฝึกหัดหน่อยละกัน"ยื่นสมุดโน้ตเล่มสีฟ้าให้ด้วยพร้อมปากกาและเครื่องเขียนครบชุด พร้อมส่งยิ้มหวานออกแนวเยาะเย้ยไปให้

ชางมินก้มลงอ่านโจทย์คร่าวๆ พลิกตำราไปมาอ่านทฤษฎีพร้อมสูตรแล้วทำความเข้าใจ ด้วยความที่เป็นเด็กฉลาด สมคำที่ว่า เด็กอัจฉริยะ เรื่องแบบฝึกหัดท้ายบทมันเลยดูไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าไหร่นัก ที่จะต้องคิดให้ปวดหัว

มือใหญ่เริ่มลงมือขีดเขียนข้อความลงไปในสมุดอย่างรวดเร็ว แสดงวิธีทำ แก้โจทย์ด้วยความว่องไว จนอดไม่ได้ที่จะทึ่ง แต่ยังหรอก แค่นี้นะ ยังน้อยไป

"หัวดีนี่ ถ้างั้น โจทย์เลขพวกนี้ นายคงทำได้เหมือนกัน"ส่งชีทเลขปึกใหญ่ไปตรงหน้า ทั้งๆที่เด็กรุ่นน้องยังทำแบบฝึกหัดไม่เสร็จ ก่อนจะเดินออกไปนอกห้อง โดยไม่สนใจจะฟังเสียง

ชางมินขยับแว่นไร้กรอบให้เข้าที่ ก่อนจะถอนหายใจยาวๆแล้วก้มลงเขียนต่อไป อีกแค่ข้อเดียวเท่านั้น ฟิสิกส์นรกก็จะจบแล้ว เด็กหนุ่มบอกตัวเองในใจ คิดว่าจะมาเล่นด้วยสนุกๆแท้ๆเชียว แต่รุ่นพี่คนนี้ แสบกว่าที่คิด นึกว่าวันๆจะเอาแต่นอน ที่ไหนได้ กวนประสาทก็ใช่ย่อยอยู่

ถอนหายใจยาวๆ พร้อมทั้งเอนตัวไปพิงพนักเก้าอี้ ให้ตายเถอะ เป็นเค้าเป็นแค่เด็กปีหนึ่งเองนะ ต้องมาทำฟิสิกส์ปีสาม มันจะไม่ยากได้ไงไหว ถึงจะอัจฉริยะก็เถอะ แต่มันก็ผลาญพลังงานไปใช่ย่อย ไม่ไหวเลยนะเเบบนี้ ต้องขอเก็บค่าเหนื่อยสักหน่อยแล้ว

มือใหญ่เลื่อนไปหยิบปึกชีทเลขที่สะอาดเอี่ยมราวไม่เคยถูกพลิกเปิดให้เข้ามาใกล้ตัว เปิดหน้าแรกผ่านปกไปก็เจอหน้ากระดาษโล่งๆที่ไม่มีโน้ตเพิ่มเติมสักตัว มีแต่เนื้อหาที่พิมพ์เอาไว้เท่านั้น พลิกหน้าถัดไปคือแบบฝึกหัด จากที่คิดว่าน่าจะโล่งสะอาดเหมือนหน้าแรก แต่กลับผิดคาด เพราะทุกข้อมีการแสดงวิธีคิดคำตอบสั้นๆเอาไว้แล้ว อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พลิกไปจนเกือบจะหมดปึกทุกหน้าแทบจะเหมือนกันคือแบบฝึกหัดที่ทำเสร็จแล้ว แต่ตรงส่วนเนื้อหาไม่มีโน้ตเอาไว้สักตัว ดูๆไป รุ่นพี่คนนี้เองก็ไม่ได้เป็นอย่างที่อาจารย์กล่าว ว่า เป็นแค่เด็กธรรมดา ที่ไม่สนใจเรียน แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีปัญญาเรียนสักหน่อย

"เสร็จรึยัง มืดแล้ว ฉันต้องรีบกลับ"ส่งเสียงบอกก่อนจะเดินเข้ามา ชางมินเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่ตอนนี้เปลี่ยนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของโรงเรียนเป็นเสื้อยืดแขนยาวพอดีตัวสีแดงที่มีรอยขาดไปทั่วแบบที่กำลังนิยม ผมยาวที่รวบไว้เป็นหางม้า ถูกปล่อยออกแล้วรวบเอาไว้เพียงครึ่งเดียวด้วยกิฟสีเงินสวย ทำเอาตาค้าง

ยามปกติที่ว่าดึงดูดใจแล้ว เมื่อได้เห็นในชุดไปรเวทที่ดูดีขนาดนี้ ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้อีกเป็นเท่าตัว ร่างสูงของเด็กหนุ่มขยับเเว่นแล้วมองอีกครั้ง ราวกลับไม่เชื่อสายตา

"มองอะไรนักหนาเล่า ฉันจะกลับแล้ว ขอบใจมากที่ทำการบ้านให้"มือขาวที่โผ่ลพ้นแขนเสื้อที่ยาวลงมาจนคลุมข้อนิ้วรวบทั้งสมุดหนังสือและข้าวของบนโต๊ะที่เป็นของตัวเองลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง

"เลิกมองฉันซักที เจ้าแว่น"ยิ้มหวานให้ก่อนจะรีบเดินออกไป คนที่ถูกเรียกว่าเจ้าแว่นถึงกับหน้าชา ทั้งๆที่กำลังเคลิ้มไปกับหน้าใสสวยของรุ่นพี่ แต่ถูกกระชากกลับมาด้วยคำพูดที่ไม่เพราะเอาซะเลยทำเอาความรู้สึกบางอย่างมันหลุดออกมาจากการควบคุม

รู้สึกเหมือนถูกยั่วเย้า รู้สึกเหมือนโดนท้าทาย เป็นความรู้สึกที่ชวนให้ตื่นเต้นแล้ววิ่งออกมาจากกรอบที่ถูกขีดเอาไว้แล้วตามไปกระชากร่างสวยๆนั้นกลับมา แล้วบอกให้ถอนคำพูด ถ้าเกิดดื้อดึงไม่ยอมทำตามอย่างว่าง่าย เค้าก็จะได้สอนบทเรียนลงโทษเสียมั่งสำหรับการพูดอะไรที่ทำร้ายจิตใจคนอื่นแบบนี้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

จบแบบนี้เลยเหรอ ค้างๆๆๆ อยากอ่านตอนใหม่เร็วๆ ตัวตนจริงๆของชางมินเป็นยังไงกันแน่นะ ท่าทางจะร้ายไม่ใช่เล่น แล้วระหว่างสองคนนี้ ใครจะร้ายกว่ากันล่ะเนี่ย

#1 By aeh (203.149.47.182) on 2007-05-30 17:55

สนุกอ๊าาา แจร้ายน่าปราบมากๆๆ
อยากอ่านตอนที่สองไวๆ อะคะ
น้องมินต้องแอบร้ายแหง่มๆ รอตอนต่อไปนะคะ

#2 By หมูน้อย (125.24.69.116) on 2007-06-04 09:23

โอวววว ท่าทางจะสนุก เมื่อแจๆ คนขี้เกียจ มาเจอ.. มินๆคนขยัน เริ่มก้อโดนท้าทายเรื่องบทเรียนแร้วว
อยากรู้จัง มินๆจะจัดการแจจุง ยังงาย...

อยากอ่านเร็วๆจังค๊า

#3 By bee (203.150.136.185) on 2007-07-18 21:27