Fiction

Snow White 14

posted on 23 Dec 2006 14:33 by darkberry  in Fiction

+14+

วันปีใหม่ที่น่ารื่นรมย์ ผู้คนต่างเอาของขวัญมาแลกเปลี่ยนกัน พร้อมทั้งอวยพรด้วยถ้อยคำแสนสุภาพ โบสถ์หลังงามเต็มไปด้วยเหล่าผู้คนมากมายที่มาร่วมพิธีมิสซารอบเช้า พร้อมกันนั้น เหล่านักเรียนทั้งหลาย ก็พร้อมใจจะมาโรงเรียน เพื่อแลกของขวัญกันเอง ทำให้เช้าวันนี้ แสนจะครึกครื้นและสนุกสนาน

เสียงเพลงบรรเลงจากเปียโนตัวเดิมยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดีไม่มีข้อบกพร่อง งานฉลองเล็กๆที่จัดขึ้นในโบสถ์ แม้ไม่มีขนมเค้กชิ้นโตสำหรับทุกคน ก็แต่พอจะมีน้ำขิงอุ่นๆสักแก้วและขนมปังกรอบสักสองสามชิ้นให้พอแก้ท้องว่างได้บ้าง แค่นั้น ก็ทำให้เช้าวันนี้ พิเศษที่สุดแล้ว สำหรับใครหลายๆคน

ซุ้มประตูทางเข้าโบสถ์นั้น ช่อมิสเซิลโทรยังคงแขวนไว้ตามเดิม มีคู่รักบางคู่ทั้งหนุ่มสาวและวัยชรา ยืนมอบจูบให้แก่กันที่ตรงนั้น พร้อมทั้งถ่ายภาพเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำ แจจุงได้แต่มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ภาพความรักแสนอบอุ่นนั้นทำให้รู้สึกปลื้มใจตาม หากแต่เค้าเอง ไม่ค่อยจะชอบใจเรื่องการจูบใต้พุ่มมิสเซิลโทรเท่าไหร่นัก

กล่องของขวัญใบเล็กใบน้อยที่เขียนชื่อของผู้รับถูกวางกองเอาไว้ที่มุมด้านหนึ่งของโบสถ์ เวลาเกือบๆเที่ยง กองของขวัญที่เล็กนิดเดียวนั้นก็สูงเสียจนเท่าเด็กสิบขวบเสียแล้ว เด็กๆทั้งเจ็ดต่างตื่นเต้นและรอเวลาเหลือเกินที่จะได้เปิดผนึกกล่องของขวัญเหล่านั้น แม้จะรู้ดีก็เถอะ ว่าแทบจะไม่มีของตัวเองเลยก็ตาม เพราะทั้งหมดนั้น คนทั้งหลายต่างเอามามอบให้ พี่แจจุง บาทหลวงฝึกหัดแทบทั้งหมด

"สุขสันต์วันปีใหม่ครับแจจุง ปีนี้ ขอฝากตัวด้วยเหมือนเดิมนะครับ"ชางมินยิ้มกว้าง ทักทายแจจุง

"สุขสันต์ปีใหม่ครับ"แจจุงยิ้มรับคำอวยพรนั้นด้วยใบหน้าสดใส

"สุขสันต์ปีใหม่ ขอให้ปีนี้ เป็นปีที่ดีนะ"ยุนโฮอวยพร ด้วยรอยยิ้มจริงใจ ทำเอาแจจุงถึงกับชะงักไปชั่วครู่

"เช่นกันครับ"ตอบรับกลับไปด้วยรอยยิ้มน้อยๆตามเคย

ชางมินโอบไหล่ยุนโฮเอาไว้ พร้อมทั้งส่งยิ้มให้แจจุง

"ถ้างั้น พวกผมขอขึ้นไปงานเลี้ยงบนปราสาทก่อนนะครับ"

"ครับ ขอบคุณมาก ท่มางานเช้านี้"แจจุงโค้งลงน้อยๆ ชายหนุ่ทั้งสองยิ้ม ก่อนจะเดินหายกันออกไปท่ามกลางเหล่าผู้คนที่ทยอยเดินตามกันออกไป เพราะงานเลี้ยงใหญ่บนปราสาทนั้น กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาที ที่จะมาถึงนี่แล้ว

"เด็กๆไม่ขึ้นไปล่ะ เร็วๆเข้า งานจะเริ่มแล้วนะ"แจจุงหันมาหาเด็กๆที่กำลังยืนมุงอยู่รอบกองของขวัญกลุ่มใหญ่

"แล้วพี่แจจุงไม่ไปเหรอคะ"ลีอาละสายตาออกจากกองของขวัญ ถามแจจุงที่ยังสวมชุดสีขาว เครื่องแบบของบาทหลวงฝึกหัดไว้

"ไปไม่ได้หรอกจ้ะ พี่ต้องจัดการเคลียพื้นที่ให้สะอาด แล้วก็เอาเครื่องประดับพวกนี้ลงซักที พวกเราแหละ ที่ต้องไปแล้วสนุกเผื่อพี่ด้วย"แจจุงบอกด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งจับมือของเด็กน้อยไว้ แล้วเดินนำไปยังหน้าประตูโบสถ์

"สนุกกันให้เต็มที่นะเด็กๆ"แจกรอยยิ้มงดงามจับใจอีกครั้ง แล้วก็รอจนเด็กๆเดินออกไปหมด ดวงตากลมโตแลขึ้นไปยังพุ่มไม้สีเขียวน่ารักที่บนกรอบประตูแล้วก็ยิ้มออกมา "ได้เวลาปลดเจ้าออกแล้ว พุ่มไม้เจ้าเล่ห์"ร่างบางเดินไปหยิบเก้าอี้มาจากบ้านพัก ก่อนจะปีนไปบนเก้าอี้นั้น แล้วมือขาวๆก็จัดการเเกะเชือกที่ร้อยไว้กับพุ่มไม้ลงมา

แจจุง..เสียงเรียกของยุนโฮดังขึ้น แจจุงสะดุ้งน้อยๆ แต่ก็แทบจะพลัดตกลงมาจากเก้าอี้ที่เอามาต่อขา

เจ้าของชื่อเอามือทาบอกเรียกขวัญ ตวัดตามองประธานนักเรียนอย่างตำหนิเล็กน้อย แล้วค่อยๆลงจากเก้าอี้ช้าๆอย่างระวังตัวสุดๆ

มีอะไรหรือครับถามคนที่ยืนก้มหน้ามองพื้น แล้วล้วงมือซุกกระเป๋ากางเกง ท่าทางเหมือนคิดไม่ตก

สุขสันต์วันปีใหม่นะ..นี่ขอขวัญเล็กๆน้อย..ช่วยรับไว้ด้วยนะยุนโฮหยิบกล่องของขวัญออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นส่งให้แจจุง แต่ไม่ยอมมองหน้าสวยนั้นตรงๆ กลับหันหน้าไปมองต้นไม้ด้านนอกแทน เพราะความเขินอายที่นานๆทีจะวิ่งเข้าใส่

แจจุงเกาแก้มอย่างงงๆ แต่ก็ยื่นมือออกไปรับแต่โดยดี หน้าสวยแต้มยิ้มน้อยๆไว้อย่างไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าทำไมต้องยิ้ม แค่ได้ของขวัญจากคนที่ไม่น่าจะได้ ทำไมต้องดีใจด้วยนะ?

ขอบคุณครับเสียงใสติดจะขันน้อยๆ ทำเอาคนให้ของขวัญต้องรีบหันมอง ว่ามีอะไรตรงไหนที่น่าขำ ตาคมที่ตวัดกลับมามองเห็นพุ่มไม้สีเขียวสดใสในมือขาวจัดของแจจุงในเสี้ยววินาที

ไม่ต้องใช้เวลาคิดมากไปกว่านี้ รีบคว้าเอาตัวคนตรงหน้ามาในวงแขน จุมพิตเบาๆที่ริมฝีปากสีชมพูสวยรวดเร็ว ฉาบฉวยเหมือนสายลมพัดผ่านแล้วรีบผละออก

แจจุงเบิกตากว้าง ทั้งงุนงงและตกใจ แต่น่าแปลกเหลือเกิน ที่ในใจ ไม่มีความรู้สึก...รังเกียจ..สักนิด

มันเป็นมารยาทนะ..ฉันไปละนะ..โค้งตัวลงนิดหนึ่งแล้วรีบหันหลังเดินกลับไป

ยุนโฮเดินจากไปได้สักพักแล้ว แต่แจจุงยังยืนอยู่ที่เดิม มือข้างซ้ายถือพุ่มไม้สีเขียวเอาไว้ ส่วนมือขวาถือกล่องของขวัญที่ห่อกระดาษสาบางๆสีชมพูอ่อนเอาไว้ กล่องใบเล็กขนาดพอดีฝ่ามือ อยากรู้จังนะ ว่าข้างใน จะมีอะไรอยู่..

ยุนโฮเดินกึ่งวิ่งกลับไปยังปราสาท หน้าร้อนเหมือนกระทะทอดไข่ เขาทั้งเขินทั้งตื่นเต้นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่รู้จะต้องตื่นเต้นอะไรนักหนา แค่ตาสวยเหมือนลูกแก้ว ที่สะท้อนประกายวิบวับ

รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ถ้าหากว่าของขวัญและการกระทำทั้งหมดของเค้าในวันนี้ ทำให้คนหน้าสวยนั่นยิ้มได้อย่างเต็มใจแล้วล่ะก็ การฟอร์มหลุดนิดหน่อย ถือว่าคุ้มค่าที่สุดแล้ว

บนปราสาทงานเลี้ยงปีใหม่นั้นสนุกสนานอย่างที่สุด เด็กนักเรียนทั้งแผนกประถมและมัธยมเดินมารวมกันที่ห้องโถงใหญ่ของปราสาท พร้อมทั้งร่วมร้องเพลงอวยพรให้แก่กัน ก่อนจะเดินแยกย้ายไปตามโต๊ะอาหาร จับจองมื้อกลางวันแสนอร่อยให้เต็มท้อง

ชางมินยืนทักทายใครต่อใครด้วยรอยยิ้มสดใสเหมือนทุกวัน หลายเสียงถามหาประธานนักเรียนรูปหล่อ จนเค้าเองก็นึกสงสัย ว่าตอนนี้ ยุนโฮไปไหน

...หวังว่านายคงไม่ได้ไปหาแจจุงนะ...

ไม่อยากจะยอมรับว่าตัวเองระแวงมากแค่ไหน ไม่อยากจะเข้าใจว่าตอนนี้ยุนโฮรู้สึกยังไง เค้ากลัวเหลือเกิน ว่าจะต้องผิดใจกับเพื่อนเพราะเรื่องนี้

...แต่จะทำยังไงได้ จะให้ถอยรามือไป เปิดทางให้แบบง่ายดาย คงไม่ใช่ที่ ...เพราะฉะนั้น อย่าให้เรื่องที่ฉันกลัวเป็นจริงเลย...

ยุนโฮเดินกลับเข้ามาในปราสาทด้วยรอยยิ้ม มือซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง อารมณ์ดีขนาดที่จะผิวปากฮัมเพลงออกมาได้ สร้างความประหลาดใจให้แก่นักเรียนทั้งหลายเป็นอย่างมาก

เพราะเท่าที่ผ่านมา แค่รอยยิ้มก็เห็นได้ยากเย็นแล้ว แต่วันนี้ถึงขั้นผิวปากฮัมเพลง พร้อมยิ้มแจกจ่าย แล้วไม่ตวาดดุคนที่มองตามตนเอง ต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ

หรือข่าวลือมันจะจริงนะ??สาวชมรมหนังสือพิมพ์ที่เดินสวนกับยุนโฮเม้มริมฝีปากเข้าหากัน

สืบดูจะเป็นไรมั้ยนะ??พึมพำกับตัวเองอย่างคิดไม่ตก ตามสัญชาตญาณของนักข่าว เลือดมันร้อนขึ้นมาเมื่อนึกถึงข่าวที่กำลังจะขีดเขียน จะดีแค่ไหนกัน ถ้าได้รู้ความจริงก่อนใคร

สวัสดีค่ะคุณยุนโฮ นึกว่าจะไม่มางานเลี้ยงซะแล้วกรรมการนักเรียนฝ่ายกิจกรรมหน้าตาสะสวยทักทาย

งานเลี้ยงสนุกแบบนี้ ไม่มาได้ไงละ แล้วนี่ชางมินไปไหนชะเง้อมองเพื่อนแล้วไม่เห็นเลยเอ่ยปากถาม ทั้งๆที่ยังยิ้มอยู่

อ่อ ขึ้นไปหลังเวทีแล้วน่ะค่ะ เตรียมจะกล่าวเปิดงานพอดีเธอบอกด้วยรอยยิ้ม แก้มใสทั้งสองระเรื่อแดงขึ้นมา เมื่อสบจ้องตาคมที่มีประกายพราวระยับตรงๆ

อืมมยิ้มให้อีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปในงานอย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตานับร้อยที่มองมาตรงเค้า

สายตาที่มองมาอย่างทึ่งๆของเด็กฝ่ายประถม ที่มองมาเหมือนเจอดาราตามท้องถนน แฝงด้วยความนับถือและชื่นชม แม้อยากจะเข้ามาทักทาย แต่ก็ยังกลัวต่อรัศมีที่เรืองรองออกมา

สายตาของฝ่ายมัธยมที่มองมาอย่างประหลาดใจ เพราะรอยยิ้มที่มาจากทั้งริมฝีปากและดวงตา เหมือนเมื่อครั้งก่อน เมื่อนานมาแล้ว รอยยิ้มที่ทำเอาต้องหยุดมอง

ไงเด็กๆ อาหารเข้าท่ารึเปล่าส่งเสียงทักทายเด็กทั้งเจ็ดจากโบสถ์ขาวแฃะกฃุ่มเด็กประถมอีกกลุ่มใหญ่ ที่กำลังรุมล้อมโต๊ะกลมที่วางก้อนเค้กสูงเจ็ดชั้นเอาไว้ ส่วยรอบๆเค้กนั่น ก็มีขนมหวานหลายหลากชนิด ละลานตาจนเด็กๆต้องเถียงกัน ว่าจะเลือกกินอันไหนก่อนดี

พี่ยุนโฮเด็กๆร้องทักทายอย่างดีใจ

ขนมอร่อยมากเลยค่ะ เยอะมากจนเลือกไม่ถูกเลยมินอายิ้มบอก แก้มเธอยิ่งขยายออกทุกทีเพราะขนมหวานที่กินเข้าไปแบบไม่บันยะบันยังตั้งแต่เมื่อคริสมาส

ถ้างั้นก็ทานเยอะๆนะ ไม่ต้องเกรงใจแจกจ่ายยิ้มให้กับทุกคน เด็กประถมที่เคยกลัวประธานนักเรียนเพราะข่าวลือเรื่องวันคริสมาสเริ่มจะได้ยิ้มออก เมื่อยุนโฮยิ้มให้

การพูดคุยยิ่งสนุกสนานออกรสมากขึ้น เมื่อยุนโฮอาสาจะเล่านิทานให้เด็กๆฟัง จากกลุ่มเล็กๆก็กลายเป็นกลุ่มใหญ่เกือบหกสิบคน จนกระทั่ง กรรมการนักเรียนกลัวจะเกิดความวุ่นวาย เลยเชิญให้ประธานรูปงามขึ้นไปเล่านิทานบนเวที

เสียงพูดคุยเงียบสงัดลงเมื่อยุนโฮเริ่มเล่าเรื่อง ไม่ใช่แค่เด็กประถมที่สนใจจะฟัง แต่เด็กมัธยมทั้งต้นและปลายก็อดไมได้ที่จะต้องหยุดพูดเพื่อฟังนิทานเรื่องนี้

ในเมืองแห่งหนึค่งที่ดินแดนแสนไกล บนปราสาทใหญ่โต มีเจ้าชายคนหนึ่ง ที่เฝ้าคอยเจ้าหญิงของตนเองตลอดเวลา แต่เมื่อคนที่เจ้าชายรักหมดหัวใจ อยู่ดีๆก็หนีไป ทำให้เจ้าชายเสียใจมาก และคิดว่านี่เป็นคำสาป เจ้าชายโมโหมากที่ตนเองต้องอยู่ตามลำพัง เลยไปถามคำทำนายจากปีศาจ ว่าจะทำยังไง ถึงจะได้ไม่ต้องอยู่ตามลำพัง คำตอบของปีศาจนั้น ทำให้เจ้าชายปักใจเชื่อ

ในป่ามีเจ้าหญิงสโนวไวท์แค่เพียงคำบอกของปีศาจทำให้เจ้าชายมีความหวัง เจ้าชายอยากจะเจอเจ้าหญิงเพื่อที่จะไม่ต้องอยู่คนเดียว เลยเริ่มออกตามหา

วันหนึ่งในคืนที่หนาวจับขั้วหัวใจ เจ้าชายเดินทางออกจากปราสาทหลังงามด้วยความหงุดหงิดพระทัย สองเท้าที่ย่ำลงไปบนพื้นหิมะหนานุ่ม ไมได้ทำให้เจ้าชายใจเย็นลง แต่ยิ่งเพิ่มความหงุดหงิด เจ้าชายนิสัยเสียเดินทางไปบนภูเขา พบเจอกระท่อมสีขาวงดงามหลังเล็ก ไม่รอช้า รีบเปิดประตูเข้าไปแบบไร้มารยาทพบเจ้าของบ้านเป็นหญิงสาวงดงาม ผิวขาวราวหิมะ ผมสีดำเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืน

เธอคือสโนวไวท์งั้นเหรอเจ้าชายถาม

ไม่ใช่หรอก ฉันไม่ใช่สโนวไวท์ ฉันเป็นแค่คนธรรมดา ไม่ใช่เจ้าหญิงในนิทานหญิงสาวผู้นั้นตอบแล้วเดินหนีหายไป

เจ้าชายรู้สึกเหมือนตัวเองโดนหลอก เพราะว่าเจ้าหญิงรังเกียจตัวเอง เลยไม่ยอมรับว่าคือสโนวไวท์ เลยยิ่งโมโห ทั้งๆที่ตามหาเจ้าหญิงมานานแสนนาน หลงงมงายว่าจะได้สโนวไวท์เหมือนเช่นในนิทาน แต่เจ้าชายกลับทำพลาดครั้งใหญ่ ทำร้ายหญิงสาวผู้นั้นไป

เวลาผ่านไป เจ้าชายรู้สึกแย่ เพราะไม่ว่าใครๆก็เริ่มเกลียดเจ้าชาย ทำให้เจ้าชายรู้สึก เสียพระทัยขึ้นมา และเริ่มรู้ ว่าตนเองทำผิด เจ้าชายอยากจะขอโทษ อยากจะให้หญิงสาวให้อภัย และจะบอกหญิงสาวว่า...ยุนโฮเว้นจังหวะหายใจ ตาคมคู่นั้นมองลงมายังคนฟังทั้งหลายที่กลั้นใจรอ คำพูดของเจ้าชาย

ชางมินหลับตาลง เข้าใจ ว่านิทานเรื่องนี้ต้องการจะบอกอะไร แอบดีใจเล็กน้อย ที่แจจุงไม่ได้ขึ้นมางานเลี้ยงในวันนี้

ขอโทษ ถ้าที่ผ่านมา ฉันทำเรื่องเลวร้ายเอาไว้ ฉันจะไม่ทำมันอีกแล้ว ฉันแค่กำลังตามหาใครสักคน เพื่อจะมาอยู่ด้วยกัน แม้ว่าเธอจะไม่ใช่เจ้าหญิงสโนวไวท์จริงๆในนิทาน ฉันก็ยินดีจะให้เธอเป็นเจ้าหญิงสโนวไวท์ของฉัน..ชายหนุ่มยิ้มเศร้าๆออกมากับนิทานที่ตนเองแต่งขึ้นมา

นิทานจบลงพร้อมเสียงปรบมือที่กึกก้องไปทั้งห้องโถง แม้เพียงสั้นๆ แต่สาวๆทั้งหลายต่างอยากจะเป็นเจ้าหญิงสโนวไวท์ทั้งนั้น ความประทับใจและคะแนนความชื่นชอบในตัวยุนโฮไหลมาเทมาเหมือนเดิม แถมอาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

แต่ใครจะสนใจเรื่องคะแนนนิยมที่ว่า นอกจากชมรมหนังสือพิมพ์

ชางมินลุกเดินออกไปทันทีที่เสียงปรบมือดังขึ้น ไม่อยากจะอยู่ฟังอะไรอีกแม้แต่ครึ่งคำ คำยืนยันของยุนโฮ แม้ไม่ออกมาเป็นคำพูดตรงๆ แต่ก็น่าจะเข้าใจกันได้ชัดเจนแล้ว

สิ่งที่คิดเอาไว้ กลัวเอาไว้ เป็นจริงขึ้นมาจนได้....

.....ถ้าเป็นแบบนี้.....แจจุงจะเลือกใครกันนะ??....

ที่ว่างเพียงเสี้ยวส่วนหนึ่งในห้องหัวใจ มีเหลือพอจะให้ฉันแทรกเข้าไปได้หรือเปล่า

ในใจนั้น ไม่ขอมาก แค่เพียงส่วนเดียว แค่ส่วนเล็กๆเท่านั้น ไม่ต้องเอาใจใส่ดูแลให้มากมาย เพราะฉันจะเป็นคนดูแลเธอเอง

แค่เปิดใจให้ฉันเข้าไปสักนิด จะได้มั้ยนะ??


edit @ 2006/12/23 14:39:29