Summer Snow

posted on 20 Sep 2007 16:52 by darkberry

ลงภาคใหม่ละกันเนาะ

สายลมที่เหน็บหนาวเจือจางหายไป เพราะความอบอุ่นของฤดูการใหม่ที่มาถึง พระอาทิตย์ทอแสงสีทองอาบไล้ลงมายังผืนดินอีกคราหลังจากที่เร้นกายซ่อนอยู่ใต้หมู่เมฆครึ้มมาเป็นช่วงเวลาใหญ่

สายลมที่อบอุ่นอ่อนโยนหอบเอาความสดชื่นให้ตื่นตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆกับดอกไม้หลายชนิดที่ผลิบานต้อนรับฤดูร้อนที่มาถึง

ภายใต้ท้องฟ้าสีครามที่มีเมฆสีขาวก้อนโตรูปร่างสารพัดเหมือนขนมสายไหมประดับ บนทุ่งหญ้าสีเขียวสดที่ทั้งชุ่มชื้นและอุดมสมบูรณ์มีดอกไม้มากมายแข่งกันชูช่อ

ดอกแดนดีไลอ้อนกลุ่มใหม่ที่พึ่งจะแตกตัวกำลังพาตัวเองม้วนขึ้นไปกับสายลม พร้อมที่จะย้ายถิ่นฐานของตัวเองไปยังจุดหมายที่ยังไม่รู้ว่าเบื้องหน้าจะเป็นเช่นไร แต่ก็มีความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะได้ไปผจญโลกกว้าง เติบโตในดินแดนที่ไม่รู้จัก ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในฤดูกาลใหม่ ด้วยเหล่าเกสรที่พร้อมเสมอที่จะเดินทางไปเคียงคู่กับสายลมแสนอบอุ่น

เด็กหนุ่มและเด็กสาววัยแรกรุ่นกำลังเพลิดเพลินกันอยู่กับช่วงเวลายามบ่ายที่เงียบสงบ แต่ไม่น่าเบื่อหน่าย เพราะเพื่อนฝูงที่รายล้อมและความหวังอันเจิดจ้าที่ส่องประกายอยู่ในใจ กระตุ้นเร้าให้ชีวิตนี้สดใส ไม่เหยี่ยวเฉาเหมือนดอกไม้ที่ใกล้เวลาจะร่วงโรย

เสียงพูดคุยจอแจดังขึ้นเมื่อลมพัดแรงเสียจนกระโปรงผ้าเนื้อบางสีอ่อนหวานของเด็กสาวพลิ้วไหว ตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักอย่างเบิกบานใจ

ร่างบอบบางที่สวมกางเกงผ้านิ่มสีขาวสะอาดกับเสื้อยืดสีสดใสแบกกระเป๋าเดินทางแบบสะพายใบไม่ใหญ่นักเดินขึ้นมาตามเนินหญ้าที่พอเวลาหนาวจะถูกหิมะปกคลุมประหนึ่งปูพรมสีขาว

เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่ยาวระต้นคอปลิวไสวเพราะลมแรงที่พัดไกว ดวงตาคู่งามจับจ้องโบสถ์หินอ่อนสีขาวหลังงามซึ่งเป็นจุดหมายแน่วแน่ พร้อมทั้งเร่งฝีเท้าอีกเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยอย่างสนุกสนานที่ดังเข้ามาใกล้

กลุ่มเด็กหนุ่มสาวที่กำลังเดินมาจากอีกฝั่งหนึ่งของเนินชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นแขกผู้มาเยือนพร้อมกระเป๋าเดินทาง ทั้งสองฝ่ายหยุดมองหน้ากัน ก่อนจะแลกเปลี่ยนรอยยิ้มแทนคำทักทายที่ชินหู

ให้ผมช่วยนะฮะ ถ้าพี่กำลังจะไปโบสถ์ พวกเราก็จะไปอยู่พอดีเด็กหนุ่มร่างผอมวัยสิบห้าเดินเข้ามาพร้อมเสนอตัวช่วยถือกระเป๋าเสื้อผ้าที่ดูคงจะมีน้ำหนักไม่น้อย

ขอบคุณครับร่างบางกล่าวแก่เด็กน้อยด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเดินตามกลุ่มเด็กๆขึ้นไปยังเนินที่ทอดไปยังโบสถ์สีขาวตรงหน้า

พี่จะมาพักที่นี่หรือคะ?เด็กสาวนัยน์ตาสีน้ำเงินเอ่ยถามเสียงอ่อนหวานราวดนตรีที่ไพเราะ ร่างบางพยักหน้ารับคำนั้นด้วยรอยยิ้ม

แต่พี่ไม่ได้ขออนุญาตไว้ก่อน จะมีห้องเหลือพออย่างนั้นหรือ?เอ่ยถามสิ่งที่สงสัย เขาเองพอตัดสินใจได้ก็เก็บกระเป๋าเสื้อผ้า แล้วออกเดินทางไม่ได้บอกใครล่วงหน้าแม้สักนิด แล้วที่เลือกมาพักยังที่แห่งนี้ เพราะมันเป็นภาพถ่ายที่อยู่ในด้านหนึ่งของโปสการ์ดที่เขาเคยได้รับ เมื่อหลายปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กประถม มันผ่านมา ร่วมสิบห้าปีแล้ว

ได้ครับ ถ้าพี่ไม่รังเกียจห้องนอนที่ต้องอยู่ร่วมกันแปดคน เราก็มีที่พักให้พี่อย่างแน่นอนเด็กหนุ่มที่ท่าทางร่าเริงบอกอย่างใจดี พร้อมทั้งเด็กๆทั้งกลุ่มที่พยักหน้ารับคำ

ประตูโบสถ์ที่ทำจากไม้สีน้ำตาลเข้มบุกระจกใสลวดลายสวยงามที่แต่งด้วยกระจกสี เป็นรูปของเทวทูตที่สวยงามรวมไปถึงลวดลายเล็กน้อยที่ประดับแต่งอย่างวิจิตรบรรจงทำให้แขกผู้มาเยือนมองเก็บรายละเอียดตาไม่กระพริบ

เชิญเข้ามาเลยค่ะนารินเด็กสาวที่ดูทะมัดทะแมงและเป็นหัวหน้ากลุ่มบอก พร้อมผลักบานประตูทั้งสองให้เปิดอ้าออก

ไอเย็นจากด้านในของโบสถ์หินอ่อนที่เปิดกระจกซึ่งซ่อนเอาไว้ได้อย่างลงตัวสวยงามจากช่องกำแพงออกรับลมจากภายนอกและเก็บความเย็นยามค่ำคืนภายในทำให้รู้สึกได้ถึงความร่มเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของสิ่งปลูกสร้างที่ทำด้วยหิน น่าตื่นตาไปกว่านั้นคือแสงสีทองที่ส่องลอดเข้ามาทำมุมพอดีกับพระเยซูบนไม้กางเขนที่อยู่เหนือแท่นบูชาซึ่งปะดับประดาเอาไว้ด้วยดอกไม้สดของฤดูร้อนสีสันที่เข้ากันอย่างลงตัวของสีเหลืองอ่อนที่สะท้อนประกายแดดดูระยิบระยับประหนึ่งเป็นอัญมณีราคาแพง

เชิญนั่งก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูไปเอาน้ำมาให้มีแจเด็กสาวร่างอวบที่มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นแม่ครัวเชื้อเชิญแขกให้นั่งลงที่ม้านั่งยาวแถวหนึ่ง แล้วเดินหายไปที่ด้านหลัง

รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมจะไปบอกพี่แจจุง ว่ามีแขกมาขอพักด้วยเด็กหนุ่มท่าทางซุกซนบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะนำกระเป๋าเสื้อผ้าใบนั้นหายไปทางด้านหลังเหมือนเด็กสาวคนแรก

เพียงไม่นานแก้วน้ำใบเตี้ยที่บรรจุน้ำหวานสีฟ้าอ่อนกับขนมเค้กชิ้นโตที่ราดหน้าด้วยผลไม้สดน่ารับประทานก็เสริฟลงตรงหน้าด้วยเด็กสาวท่าทางเรียบร้อยคนละคนกับเมื่อครู่

ทานขนมกับน้ำให้หายเหนื่อยก่อนนะคะ พี่แจจุงกำลังอบคุ้กกี้อยู่ อีกสักพักถึงจะพอวางมือได้ รอสักครู่นะคะเด็กสาวบอกด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งเดินไปหาเพื่อนที่เป็นเด็กสาวนัยน์ตาสีน้ำเงิน ที่เตรียมพร้อมอยู่ตรงเปียโนสีขาวตัวใหญ่

เสียงเพลงบรรเลงดังขึ้นด้วยท่วงทำนองที่อ่อนหวานแต่ก็สนุกสนานอยู่ในที ขับคลอด้วยเสียงร้องประสานของเหล่าเด็กหนุ่มสาววัยแรกแย้ม

ราวกับการต้อนรับของโรงแรมชั้นเลิศที่เต็มไปด้วยมิตรภาพและความจริงใจ ที่น่าประทับใจ แม้เขาจะเป็นเพียงแขกที่มาเยือน แต่การต้อนรับของเหล่าเด็กๆก็ทำให้ซาบซึ้งเสียจนรู้สึกว่าคิดไม่ผิดจริงๆที่ตัดสินใจออกมาจากบ้านแล้วเลือกจุดหมายเป็นที่นี่

ขอโทษนะครับ ที่ให้รอ ผมแจจุง เป็นผู้ดูแลโบสถ์แห่งนี้ แล้วคุณ..

ลีทึกครับ ผมอยากจะขอรบกวนคุณแจจุงและเด็กๆขอพักที่นี่สักระยะ เอ่อ..ผมเป็นนักศึกษาปริญญาโทครับ กำลังทำวิทยานิพนธ์เรื่องสิ่งปลูกสร้างและสถาปัตยกรรมยุโรป ไม่ทราบว่าผมจะขอรบกวนพวกคุณสักระยะได้หรือเปล่าครับเอ่ยอย่างสุภาพต่อคนตรงหน้าที่มีรูปลักษณ์ใจดี ไม่แตกต่างไปจากเด็กๆกลุ่มนั้น

ด้วยความยินดีครับคุณลีทึก เดี๋ยวผมจะขึ้นไปจัดห้องพักให้ ส่วนเรื่องรายละเอียดกับข้อมูลอะไร ถ้าคุณต้องการ ผมพอจะมีแหล่งอ้างอิงให้คุณได้บ้างอย่างแน่นอนครับ ไม่ต้องกังวลแจจุงยิ้มให้อย่างเป็นมิตรพร้อมทั้งเสนอความช่วยเหลืออย่างจริงใจ เสียจนแขกผู้มาเยือนอดรู้สึกเกรงใจไม่ได้

ไม่ต้องดูแลผมขนาดนั้นก็ได้ครับ ผมแค่ขออยู่ที่นี่เพื่อทำรายงานก็พอ เอ่อ..สักเดือนนึง คงไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ?ลีทึกเอ่ยเวลาที่ตัวเองประมาณเอาไว้อย่างประหม่าเล็กน้อย

ครับ ไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรทั้งสิ้นนะครับ เชิญพักให้สบายก่อน แล้วเดี๋ยวผมจะให้เด็กๆพาไปอาบน้ำ แล้วเราจะมาทานข้าวเย็นด้วยกัน

ขอบคุณมากครับ คุณแจจุงร่างบางค้อมตัวลงอย่างซาบซึ้ง เขารู้สึกว่าคนที่นี่ ทั้งเป็นมิตรและเข้าใจอะไรได้ง่ายดาย จนกระทั่งรู้สึกเกรงใจและรู้สึกผิดได้ในเวลาเดียวกัน

ลีทึกนั่งฟังเด็กๆเล่นเปียโนและร้องเพลงไปพลางๆขณะที่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยหลังจากที่ตกลงกับผู้ดูแลโบสถ์เรียบร้อยแล้ว รูปกางเขนของพระเยซูที่เบื้องหน้าราวกำลังจ้องมองเขาอยู่จนต้องสะบัดหัวแรงๆเพื่อต่อต้านเสียงที่กำลังตะโกนอยู่ในจิตใจ

-ฉันไม่ได้โกหกนะ ฉันเรียนปริญญาโทแล้วจริงๆ ถึงมันจะเป็นการเริ่มต้นยังไม่ต้องทำวิทยานิพินธ์แต่ฉันก็ไม่ได้โกหกที่ตรงไหน ฉันแค่ดึงเวลานั้นเข้ามาก่อนเท่านั้นเอง-จิตสำนึกสองฝ่ายตีกันอยู่ ยิ่งเมื่ออยู่ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ กับคนที่ต้อนรับเขาอย่างดีด้วยแล้ว เขายิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่

พี่ลีทึกพี่ลีทึกครับเสียงเรียกของเด็กๆดังขึ้นจากรอบตัว พร้อมทั้งเด็กทั้งเจ็ดที่ยืนล้อมวงเขาอยู่

พี่เป็นอะไรคะ ไม่สบายหรือเปล่า เราเห็นพี่สะบัดหัวใหญ่เลย

อ่ะ..ไม่เป็นไรครับ..พี่แค่..เหนื่อย ใช่ๆพี่เดินทางมาเหนื่อยมากๆเลยลีทึกแก้ตัวเป็นพัลวัน ยิ่งรู้สึกว่ามือทั้งสองชื้นเหงื่อเข้าไปใหญ่เมื่อเด็กๆออกจะเป็นห่วงเป็นใยเขามากขนาดนี้

ถ้าอย่างนั้น รีบไปอาบน้ำแล้วนอนพักสักครู่ก่อนมื้อเย็นดีมั้ยคะ?

เอ่อ..ไม่ต้องหรอกครับ..เดี๋ยวพี่ขอไปสูดอาการหน่อยก็หายแล้ว ไม่ต้องห่วงพี่หรอกนะยิ้มหวานให้เด็กๆทุกคนทีละคน ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วพาตัวเองเดินออกไปนอกโบสถ์ช้าๆ

ที่ทางทิศใต้ของโบสถ์หลังงาม คือปราสาทเก่าแก่ที่ปลูกสร้างมากว่าร้อยปี ความงดงามของมันไม่ได้ด้อยลงตามกาลเวลา แต่กลับสูงค่าขึ้นตามกาลเวลาต่างหาก

ธงสีแดงเข้มขลิบทองผืนใหญ่ที่สะบัดไปมาอยู่บนยอดปราสาทเหมือนกำลังท้าทายแรงลม แสดงความแข็งแกร่งและสูงส่งของชื่อเสียงสถาบันว่ามากมายอย่างที่สุด

คงไม่มีคนนึกถึง ว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ ต่อให้เป็นเขาคนนั้น ก็ไม่มีทางจะนึกถึงอย่างแน่นอน

ขอโทษนะคุณแจจุง เด็กๆ ผมไม่อยากทำแบบนี้หรอก แต่มันจำเป็นจริงๆร่างบางหลับตาแล้วประสานมือไว้ที่กลางอก เขากำลังขอพรของพระเป็นเจ้า ให้คุ้มครองเขา และคุ้มครองทุกคนใบโบสถ์ เขาภาวนาให้ความโชคร้ายไม่มาเยือน เขาได้แต่หวังเท่านั้น ว่าพระเจ้าจะเห็นใจและปกป้องเขา ที่อาจจะเป็นชนวนจุดความวุ่นวายให้เกิดแก่สถานที่แห่งนี้

ว่ายังไงนะลีทึกนะเหรอหายไป จะเป็นไปได้ยังไง ไหนคุณลุงว่าดูแลดีแล้วยังไงละครับ ทำไมถึงปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ละ ลีทึกไม่เคยออกนอกบ้านเลยด้วยซ้ำ แล้วถ้าเขาไม่มีเงินติดตัวไปมากพอ จะอยู่ได้ยังไงชายหนุ่มรูปงามที่สวมเสื้อกรานว์ของโรงพยาบาลชื่อดังโวยวายใส่โทรศัพท์เพราะความเป็นห่วง

ญาติห่างๆที่เขาใกล้ชิดด้วยมาตั้งแต่ครั้งยังเด็กหายตัวไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอยให้ค้นหา แถมที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ไม่เคยไปไหนเองตามลำพังแล้วเงินก็ไม่มี จะเป็นยังไงบ้างนะป่านนี้

เดี๋ยวผมจะไปช่วยหาดูอีกแรงครับกดวางสายไปด้วยท่าทางร้อนรน พร้อมทั้งถอดเสื้อกราวน์ออกด้วยความรีบจนกระทั่งป้ายชื่อที่กลัดเอาไว้ตรงอกด้านซ้ายกระเด็นร่วงลงพื้น

คุณหมอยุนโฮคะ จะไปไหนคะ?พยาบาลวัยกลางคนร้องถามคุณหมอที่เดินลิ่วๆออกไปจากห้องด้วยความงงงัน

ผมมีธุระครับ ช่วยติดต่อหมอคนอื่นให้เข้าเวรแทนเลยนะครับ ผมต้องงรีบไปจริงๆทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นพร้อมทั้งเดินออกไปนอกตัวอาคารด้วยฝีเท้าที่เร็วกว่าปกติถึงเท่าตัว

มื้อค่ำที่มีอาหารเกาหลีง่ายๆสามอย่างและข้าวคนละถ้วยนั้นเป็นมื้ออาหารแบบที่เคยเห็นแค่ตามละครหรือในหนังสือ ลีทึกคว้าตะเกียบขึ้นมาจับอย่างเก้กังพอตัว ก่อนจะวางมันลงไปแล้วจับช้อนเงินขึ้นมาแทน

อันนี้อะไรเนี่ยร่างบางพึมพำเบาๆกับผักสีแดงจัดที่ดูน่ากิน แต่กลิ่นแรงเอาเรื่อง เขาไม่เคยเห็นอาหารเกาหลี ไม่ต้องพูดถึงว่าเคยกินมั้ย เพราะการที่โตในเมืองนอก และในครอบครัวที่มีสมาชิกกว่าครึ่งเป็นชาวยุโรปทำให้เขาได้แค่เพียงรู้จักอาหารขึ้นชื่อแต่ในนามเท่านั้น

พี่ลีทึกไม่ชอบกินกิมจิเหรอครับเด็กหนุ่มใส่แว่นท่าทางเหมือนผู้คงแก่เรียนเอ่ยถาม

หา..กิมจิ.อ่อ..ก็ไม่เชิงมั้งครับยิ้มแหยๆตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจแล้วตัดสินใจส่งผักดองสีแดงเข้าปาก

ค่อยยังชั่วที่รสชาติไม่น่าเป็นห่วง ออกจะอร่อยด้วยซ้ำ คำต่อๆมาถึงได้ราบรื่นขึ้น และก็เจริญอาหารอย่างไม่น่าเชื่อด้วยซ้ำ

พี่ลีทึกมาจากที่ไหนเหรอคะ พวกเรายังไม่เคยไปเที่ยวไหนไกลๆเลย พี่พอจะมีเรื่องเล่าแปลกๆให้เราฟังมั่งรึเปล่า?นารินเปิดประเด็นอย่างชาญฉลาด

อื้ม พี่มาจากออสเตเรียน่ะ ที่มีจิงโจ้กับหมีโคอาล่าไงล่ะ แต่ตอนนี้พี่กลับมาทำวิทยานิพินธ์

เด็กๆทำตาโตอย่างตื่นเต้น พร้อมทั้งช่วยกันยิงคำถามไม่หยุดหย่อนเสียจนฮีซูลเลือกตอบไม่ถูก แจจุงจึงยุติคำถามทั้งหมดไว้ด้วยเสียงกระแอมเบาๆ

เดี๋ยวหลังอาหารค่อยซักพี่เค้าต่อ ดูสิ พี่เค้าไม่ได้ทานเลยเห็นมั้ยเด็กๆยอมทำตามอย่างว่าง่ายด้วยท่าทางที่น่าเอ็นดูที่สุด

ลีทึกหันไปส่งยิ้มขอบคุณแจจุงอย่างจริงใจ ก่อนจะเริ่มลงมือทานอาหารเกาหลีมื้อแรกที่เขาไม่คุ้นเคยกับเพื่อนใหม่ที่คุ้นเคยกันเร็วเกินคาด

ความน่าประหลาดใจจะมีมากกว่านี้อย่างแน่นอน เขาเชื่ออย่างนั้น และเขาก็หวังว่าจะให้ความประหลาดใจทั้งหลายเป็นเรื่องดีที่ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจทีหลังด้วย


edit @ 2007/09/22 16:40:21